คดีของอดีต รปภ.หนุ่มจีน ที่อ้างว่าตนเองตกเป็นเหยื่อแก๊งค้ามนุษย์ และถูกกักขังไว้เพื่อสูบเลือดจากร่างกายและนำไปขายออนไลน์นั้น เป็นเรื่องราวที่แต่งขึ้นมา โดยทางตำรวจกัมพูชาได้แจ้งแก่สถานทูต ถึงผลจากการสืบสวนเบื้องต้นของคดีดังกล่าว พร้อมกับบันทึกหมายเหตุว่าทั้งหมดเป็นเรื่องราวที่ผู้เสียหายกุขึ้นมาเอง

ก่อนหน้านี้ ผู้เสียหายในคดีกลายเป็นข่าวใหญ่ โดยเมื่อวันที่ 12 ก.พ. โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงพนมเปญ ได้แจ้งไปทางสถานทูตจีนว่า มีชายชาวจีนเข้ารับการรักษาโดยมีอาการอยู่ในขั้นวิกฤติ เนื่องจากสูญเสียเลือดในร่างกายเป็นจำนวนมาก โดยผู้ป่วยอ้างว่าเขาโดนสูบเลือดออกไป จากนั้นเขาก็เล่าว่าตัวเองโดนหลอกให้มาสมัครงาน จากนั้นก็โดนจับตัวและลักลอบส่งมายังกัมพูชา โดนกักขังและดูดเลือดออกจากร่างกายในปริมาณมากเพื่อนำไปขาย

ตามรายงานของทางตำรวจที่ส่งให้สถานทูตในเวลาต่อมา เรื่องราวที่แท้จริง ไม่ได้เป็นไปตามนั้น ผู้เสียหายหรือนาย ‘หลี่’ ซึ่งมีผู้ลักลอบนำตัวมายังกัมพูชานั้น ล้มป่วยเป็นโรคตับขั้นร้ายแรง และต่อมาก็ได้ติดต่อไปยังหน่วยงานสังคมสงเคราะห์ในท้องถิ่นเพื่อขอความช่วยเหลือ

ตามรายงานข่าวของหนังสือเจียนหัวเดลี่ ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ของชุมชนจีนในกัมพูชา หลี่ยอมรับว่ามีทีมงานในท้องถิ่นอาสาถ่ายทำคลิปวิดีโอและจัดการให้สื่อมวลชนเข้ามาสัมภาษณ์ในขณะที่พวกเขาพาหลี่เข้าไปรับการรักษา เมื่อหลี่ปฏิเสธ ไม่ยอมให้ถ่ายคลิป พวกเขาก็แอบถ่ายตอนที่หลี่กำลังหลับ นอกจากนี้ หลี่ยังไม่ยอมรับว่าเรื่องที่เขาให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนไปก่อนหน้านี้คือคำพูดของเขา

ตำรวจระบุว่า ผู้ที่เกี่ยวข้องอีก 3 ราย ที่ช่วยเหลือหลี่ มีจุดประสงค์ที่ต่างออกไป โดยพวกเขาต้องการสร้างเรื่องหลอกลวงและเผยแพร่ให้สาธารณชนรับรู้ว่า หลี่ โดนกักขังอย่างผิดกฎหมายและโดนสูบเลือดหลายครั้ง เพื่อนำไปขาย แต่ทางตำรวจไม่ได้ระบุรายละเอียดอื่นใดมากไปกว่านั้น เพียงบอกว่าพวกเขาจะโอนย้ายคดีดังกล่าวไปให้เจ้าหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรมของกัมพูชาเพื่อดูแลต่อไป

สถานทูตจีนในกัมพูชาชี้แจงว่า ได้ให้ความสนใจคดีนี้เป็นอย่างมาก และจะติดตามอย่างใกล้ชิด รวมทั้งให้ความคุ้มครองตามกฎหมายแก่ผู้เกี่ยวข้องภายใต้กรอบของกฎหมายจีนและกัมพูชา รวมถึงสนับสนุนและประสานงานกับเจ้าหน้าตำรวจในท้องถิ่น

นอกจากนี้ ทางสถานทูตยังเรียกร้องให้ชาวจีนในกัมพูชา เคารพกฎหมายของทั้งสองประเทศ และย้ำว่าจะต้องไม่กุข่าวลือต่าง ๆ หรือสร้างเรื่องหลอกลวงสาธารณชน